วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การบันทึกครั้งที่ 6
วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561   เวลา 08:30 - 12:30 น.




  
    กิจกรรมแรก เพื่อน 3 คน ออกมานำเสนองาน นางสาวอรอุมา ศรีท้วม นำเสนอบทความเรื่องคณิตศาสตร์กับชีวิตโดยสรุปว่า คณิตศาสตร์มีความสำคัญกับชีวิตประจำวันเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาบุคคลในสังคมให้เกิดการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การขาย การคำนวณสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานในการหาข้อสรุปเพื่อให้เกิดชิ้นงานต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อสนองตอบต่อสิ่งที่บุคลต้องการให้เป็นไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น







      นางสาวขนิษฐา  สมานมิตร นำเสนอวิจัย เรื่องการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยผ่านการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สรุป เด็กได้รับทักษะ 4 ด้าน 
1.ด้านร่างกาย  การพิมพ์ภาพ การระบายสี กล้ามเนื้อมัดเล็ก 
2.ด้านอารมณ์-จิตใจ การชื่นชมผลงาน 
3.ด้านสังคม พูดคุยกัน
4.ด้านสติปัญญา ภาษา สังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัวเรื่องของสีรูปทรง รูปร่าง พื้นผิวพื้นที่ว่าง น้ำหนัก อ่อน-แก่    ของสี

ขอบข่ายทางคณิตศาสตร์ 
1.การนับ  การนับจำนวน
2.ตัวเลข  ฮินดูอารบิก-ไทย
3.การจับคู่  เหมือนกัน สัมพันธ์กัน ตรงข้ามกัน
4.การจัดประเภท ใช้ลักษณะเป็นเกณฑ์
5.การเปรียบเทียบ  หาค่าในเชิงปริมาณ
6.การจัดลำดับ การเรียงลำดับตามความต้องการ โดยจะเป็นการเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปหามาก หรือจากมากไปหาน้อย
7.รูปทรงและเนื้อที่  
8.การวัด  ใช้เครื่องมือต่างๆ
9.เซต  สิ่งที่สัมพันธ์กัน เช่น เซตอาหาร
10.เศษส่วน  การแบ่ง เช่น แบ่งเค้กเป็นส่วนๆ 
11.การทำตามแบบหรือลวดลาย  เช่น อนุกรม
12.การอนุรักษ์ หรือการคงที่ด้านปริมาณ  ลักษณะที่เท่าเดิม
   🌝🌝🌝🌝
หลักการพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์ตามแนวการจัดประสบการณ์
1.เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของจริง
2.เริ่มจากสิ่งที่ง่ายๆ ใกล้ตัว
3.สร้างความเข้าใจมากกว่าจำ
4.คิดจากปัญหาในชีวิตประจำวันเพื่อขยายประสบการณ์
5.จัดกิจกรรมให้เด็กเกิดความสนุก
6.จัดกิจกรรมให้เข้าใจในขั้นตอนให้มีประสบการณ์ให้มาก แล้วสรุปเกณฑ์เนื้อหาเพื่อจัดลำดับท้าย
7.จัดกิจกรรมทบทวน ตั้งคำถามให้คิดซ้ำ

ความรู้ทางคณิตศาสตร์ตามหลักของเพียเจย์ 2 ชนิด
1.ความรู้ทางด้านกายภาพ
                  2.ความรู้ด้านเหตุผลทางคณิตศาสตร์
  
หลักการของเพียเจย์→ธอนไดท์
-เรียนจากของจริง สอนจากรูปธรรมไปนามธรรม (สัญลักษณ์)
-เรียนจากง่ายไปยาก เชื่อมโยงชีวิตจริง
-สร้างความเข้าใจมากกว่าจำ
-สร้างคำถามปลายเปิด


ทักษะที่ได้รับ

หลักการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย 
ขอบข่ายทางคณิตศาสตร์มี 5 เรื่อง และนำหลักการจัดประสบการณ์มาใช้ในการจัดกิจกรรมให้เด็ก

บรรยากาศในห้อง

เพื่อนๆตั้งใจฟังการนำเสนอของเพื่อนที่ออกมานำเสนอ และตอบคำถามอาจารย์

ประเมินวิธีการสอน

อาจารย์อธิบายหลังจากที่เพื่อนนำเสนอไปแล้ว เพราะอาจจะมีบางเรื่องที่ไม่เข้าใจทำให้เข้าใจดี เวลาสอนอาจารย์จะอธิบายและยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจง่ายมากขึ้นหลังจากเรียนเสร็จ อาจารย์ก็เปิดโอกาสให้ถามเพื่อทบทวนความเข้าใจ






วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การบันทึกครั้งที่ 5
วันศุกร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561   เวลา 08:30 - 12:30 น.


   วันนี้เพื่อนเลขที่ 4 5 6 ออกมานำเสนองานวิจัย ตัวอย่างการสอนและบทความกันต่อจากอาทิตย์ที่แล้วพร้อมฟังคำอธิบายและข้อเสนอแนะจากอาจารย์

บทความที่เพื่อนนำเสนอคือการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านของไทย 
     ผลการวิจัย เด็กปฐมวัยมีความชอบ และมีความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลิน มีความกระตือรือร้น และสนใจที่จะเล่น ส่วนการประเมินพัฒนาก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 17.66 คิดเป็นร้อยละ 58.89 และคะแนนเฉลี่ยของการประเมินพัฒนาการหลังเรียนมีค่าเท่ากับ 25.83 คิดเป็นร้อยละ 86.11 แสดงให้เห็นว่าการจัดประสบการณ์โดยใช้การละเล่นพื้นบ้านของไทยนั้นช่วยให้เด็กมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น

           

จากนั้นอาจารย์ได้แจกกระดาษคนละ 1 แผ่น กระดาษเหลือ 5 แผ่น แสดงว่าจำนวนกระดาษมากกว่าจำนวนคน จึงเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ดังนี้


โดยที่การส่งกระดาษเป็นแบบจับคู่ 1:1 คือ 1 คนต่อ 1  แผ่น






การสำรวจความชอบอาหารอีสานระหว่างส้มตำกับลาบไก่ คือการจับคู่แบบ 1 : 1 เป็นการเปรียบเทียบเรื่องจำนวนมากกว่าน้อยกว่า ผลสรุปคือ คนที่ชอบส้มตำมีจำนวนมากกว่าลาบไก่

➨ ต้องสร้าง concept ให้เด็กเรียนแบบเข้าใจไม่ท่องจำเพราะการท่องจำน่าเบื่อและทำให้เด็กกลัวคณิตศาสตร์

เราใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน เพื่อการเปรียเทียบในการตัดสินใจ 

ทักษะที่ได้รับ

คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน การสอนคณิตศาสตร์เด็กต้องสร้าง concept ให้เด็กเข้าใจเรียนแบบสนุกสนานจัดกิจกรรมที่มีความเหมาะสม สอนทีละเรื่อง ไม่ควรสอนแบบการท่องจำ 


บรรกาศในห้องเรียน

   สนุกสนานไม่เครียด เพื่อนๆตั้งใจฟัง

 ประเมินวิธีการสอน


              อาจารย์พยายามกระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิดและสอนการจัดกิจกรรมการจัด
ประสบการณ์คณิตศาสตร์ที่หลากหลายเพื่อเป็นแนวทางในการจัดประการณ์ทางคณิตศาสตร์ให้เด็กต่อไป









วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การบันทึกครั้งที่ 4
วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ.2561   เวลา 08:30 - 12:30 น.



          ก่อนที่จะเรียนอาจารย์ตรวจบล็อคของแต่ละคนเพื่อแจ้งถึงข้อบกพร่องเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไข จากนั้นอาจารย์ให้เลขที่ 1, 2, 3 ออกมานำเสนอ บทความ วิจัยและตัวอย่างการสอน ตามประเภทที่ได้ ให้เพื่อนฟัง  ระหว่างที่เพื่อนนำเสนออาจารย์ก็จะบอกเทคนิคในการนำเสนอว่าควรพูดอย่างไรให้ดูสุภาพ เช่น การนั่งและการยืน การจัดระเบียบของตัวเอง 


หลังจากที่ได้ฟังการนำเสนอของ  นางสาว อภิชญา  โมคมูล   เลขที่ 3  
เรื่องการปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนในประเทศสิงคโปร์  
         ในประเทศสิงคโปร์  โรงเรียนแห่งหนึ่งจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้เรียนรู้จากของสิ่ง รูปภาพไปสู่สัญลักษณ์ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของบรูเนอร์คือการให้เด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเรียนรู้จากของจริงเกิดการค้นพบด้วยตนเอง และสอดคล้องกับทฤษฤีของเพียเจย์เรื่องการลงมือกระทำจากรูปธรรมไปสู่นามธรรม 
         หลังจากที่เพื่อนนำเสนอเสร็จอาจารย์ได้อธิบายเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติ่ม เช่น สัญลักษณ์กระดาษมากกว่าคน
กระดาษ  > คน
                    23  > 20   อยู่  3
                     23 -  20   =    3



     ต่อมาอาจารย์แจกกระดาษคนละ 1 แผ่น ให้ผับกระดาษเป็น 2 ส่วน พับอย่างไรก็ได้ตามความคิดของแต่ละคน การพับกระดาษให้มี 2 ส่วนนั้นทำได้หลายวิธี เช่นเดียวกับการหาคำตอบมักจะมีหลายวิธีซึ่ง"คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา หาคำตอบ เรื่องที่อยากรู้ และการหาคำตอบมีหลายวิธ๊"

 พัฒนาการ หมายถึง พฤติกรรมของเด็กที่แสดงในแต่ละระดับอายุ
 ลักษณะพัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงวัยที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง



    ในวัยเด็กแรกเกิด - 2 ปี เกิดการรวบรวมมีปฎิสัมพันธ์กับธรรมชาติ ไปยังสมอง เด็กวัยนี้มีการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มากที่สุด ซึมซับจดจำไปยังสมอง เกิดการปรับโครงสร้างความรู้ใหม่ เช่น สีแดงผสมสีน้ำเงินเท่ากับสีม่วง 

➞ ทฤษฎีพัฒนาการเชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง และเชื่อมโยงกับทฤษฎีการเรียนรู้ของธอนไดท์ เรื่องการลองผิดลองถูกการทำซ้ำ สอดคล้องกับเพียเจย์การลงมือกระทำ

     บรรยากาศในห้องเรียน

                    
บรรยากาศโดยรวมมีความตื่นเต้น ทุกคนมีความกระตือรือในการเรียนอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้บางช่วงในการตอบคำถามจะตึงเคลียดบ้าง แต่โดยรวมแล้วสนุกไม่น่าเบื่อ

   ประเมินวิธีการสอน

                    
อาจารย์ให้คำแนะนำ ข้อคิดต่างๆมากมาย อาจารย์พยายามอธิบาย ยกตัวอย่างให้นักศึกษาเห็นภาพและใช้คำพูดที่เข้าใจง่าย







วันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2561

การบันทึกครั้ง3

วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ.2561   เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื่องจากวันนี้เป็นอาจารย์ติดธุระจึงไม่ได้เข้าสอนแต่ได้มอบหมายงานให้นักศึกษาทำในห้องคือ หาสื่อคณิตศาสตร์ที่สามารถนำมาใช้ได้ในการสอนเด็กปฐมวัยพร้อมบอกประโยชน์ของสื่อที่เลือกมา ห้ามซ้ำกันโดยให้ทำงานอยู่ในห้องและส่งท้ายคาบเรียน




          ได้รู้สื่อจักสื่อที่ใช้ในการสอนคณิตศาสตร์เด็กที่หลากหลาย โดยสื่อแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการนำไปใช้ที่น่าสนใจเรื่องที่สอนก็จะมีความหลายหลาย เช่น สอนเรียนการนับ การจับคู่ การเปรียบเทียบ เป็นต้น

บรรยากาศในห้องเรียน

เพื่อนๆตั้งใจทำงานของตัวเอง ใส่ใจกับสิ่งที่ทำ หลังจากทำเสร็จแล้วก็รวบรวมส่งอาจารย์

          


      

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

➨สรุปตัวอย่างการสอน
เรื่อง เรียนรู้เรื่องจำนวนมากกว่าน้อยกว่า
   ระดับชั้น อนุบาล1

ขั้นตอนในการสอนคือ 
1.ให้เด็กนับจำนวนสิ่งของ เช่น พวกวัสดุ ไม้ไอศครีม หลอดดูดน้ำ
2.เมื่อเด็กรู้จำนวนสิ่งของเเล้วให้เด็ก ให้เด็กตัวเลขไปวางข้างล่างจำนวนสิ่งของนั้นให้สัมพันธ์กัน
3.ให้เด็กเปรียบเทียบว่าของ 2 จำนวน  จำนวนไหนมากกว่าน้อยกว่าและนำสัญลักษณ์มากกว่าน้อยกว่าไปวาง


สรุป สอนให้เด็กเห็นจำนวนจากของจริงก่อน แล้วเด็กจะสามารถเชื่อมโยงระหว่างตัวเลขกับจำนวนได้ จะทำให้เด็กเข้าใจเห็นภาพและสามาถเปรียบเทียบจำนวนมากน้อย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานเรื่องสัญลักษณ์มากกว่าน้อยกว่าในทางคณิตศาสตร์ต่อไป  








➨ สรุปงานวิจัย
ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตรของเด็กปฐมวัยที่เลนเกมการศึกษาเนนเศษสวนของรูปเรขาคณิต
ปริญญานิพนธ์ของ ปณิชา มโนสิทธยากร

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
จุดมุ่งหมาย
เพื่อเปรียบเทียบและศึกษาระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
สำหรับเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิตก่อน และ
หลังที่ได้รับการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
เป็นเด็กนักเรียนชาย – หญิง จำนวน 30 คน อายุ 5 – 6 ปี
ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนจิ้นเตอะ

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ 
1. กิจกรรมเกมการศึกษาที่เน้นเศษส่วน จำนวน 60 กิจกรรม
2. แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 50 ข้อ 

กรอบแนวคิดในการวิจัย
ทักษะพื้นฐานคณิตศาสตร์
• การจำแนกเปรียบเทียบ
• การจัดหมวดหมู่
• การเรียงลำดับ
• การบอกตำแหน่ง
• การรู้ค่าจำนวน
วิธีการดำเนินการทดลอง
การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ทำการทดลองเป็น
เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 40 นาที ทำการทดลองในช่วงเวลา 13.00-13.40 น. รวม 24 ครั้ง ครั้งละ 2 ถึง 3 เกม มีลำดับขั้นตอน
ขั้นตอนดำเนินการทดลอง
1. ทำการทดสอบก่อนการทดลอง (Pretest) กับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แบบทดสอบวัดทักษะ
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
2. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองด้วยตนเองโดยใช้ระยะเวลาการทดลองในการเล่นเกมการศึกษา
เน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิต 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
3. หลังการเสร็จสิ้นการทดลอง ผู้วิจัยทำการทดสอบหลังการทดลอง (Posttest) กับกลุ่มตัวอย่าง
โดยใช้แบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ฉบับเดียวกับแบบทดสอบที่ใช้ก่อนการทดลอง
แล้วตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด
4. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์มาทำการวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการวิจัยพบว่า
สรุปผลการวิจัย
1. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทั้งโดยรวมและรายด้านของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรม
เล่นเกมการศึกษาเน้นเศษส่วนรูปเรขาคณิตสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา เน้นเศษส่วนของ
รูปเรขาคณิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. เด็กปฐมวัยมีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทั้งโดยรวมและรายด้าน หลังการจัดกิจกรรม
เกมการศึกษาเน้นเศษส่วนของรูปเรขาคณิตอยู่ในระดับดี โดยมีการเปลี่ยนแปลงทักษะพื้นฐานทาง
คณิตศาสตร์ สูงขึ้นในรายด้าน คือ ด้านการเรียงลำดับเป็นอันดับแรก ด้านการเปรียบเทียบเป็นระดับ
ที่สอง ด้านการจัดหมวดหมู่ ด้านการบอกตำแหน่ง ด้านการรู้ค่ารู้จำนวน ตามลำดับ